น่าแปลกที่ entry นี้ใช้เวลาเขียนมากกว่าทุกๆ entry ที่ผ่านมา ผมพยายามจะเขียนเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ดูเหมือนจะยากเหลือเกิน
ความผิดหวังที่เกิดขึ้นนั้น เต็มไปด้วยความเข้าใจ เข้าใจในสิ่งที่คุณคิด เข้าใจในสิ่งที่ตัวเองป็นมากขึ้น ยอมรับตัวเองมากขึ้น เช้าวันรุ่งขึ้น เป็นวันจันทร์ต้นสัปดาห์ ผมเข้า MSN อีกครั้งและยังคงได้เจอคุณเช่นเดิม เรายังคุยกันหมือนเดิม ไม่มีอะไรที่เปลี่ยนไป และเราก็คุยกันเรื่อยๆตอดทั้งอาทิตย์ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หวั่นไหวครับ กับสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างคุณกับผม ยากเหลือเกิน...ครับที่ผมจะห้ามใจตัวเองไม่ให้หลงรักคนน่ารักๆ อย่างคุณ อาทิตย์นั้นผมจำได้ว่า คุณบอกผมว่า คุณนอนไม่ค่อยหลับ
ผมทราบว่าคุณมีเรื่องต้องคิดในช่วงนั้น ผมเป็นห่วงครับ ผมอยากให้คุณยิ้มได้ นอนหลับ มีสุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ แต่ผมก็ไม่ทราบว่าจะช่วยคุณได้อย่างไร ผมคงไม่สามารถ คุยกับคุณทาง internet จนกระทั่งคุณหลับได้หรอก จริงมั้ยครับ
ผมเลยขอเบอร์โทรศัพท์คุณ ในวันศุกร์สุดสัปดาห์ ด้วยความเกรงใจ คุณใจดีมากครับ คุณพิมพ์เบอร์โทรศัพท์ให้ผมทันที แล้วคุณก็ถามผมด้วยว่า ให้ง่ายไปไหมค่ะ ผมจำได้ว่าผมแอบยิ้ม ไม่หรอกครับ แล้วผมก็ถามคุณอีกครั้งว่า ถ้าผมไม่โทรหาคุณ คุณจะโกรธผมมั้ย คุณก็คงออกจะงงเล็กน้อยและถามผมกลับว่า แล้วจะขอเบอร์ไปทำไมละคะ ผมยิ้ม..อีกครั้ง แล้วก็สารภาพว่า จริงๆแล้วผมไม่เคยขอเบอร์โทรศัพท์ใครและก็คงไม่กล้าโทรหาคุณหรอกครับ ผมเขิน..
วันนั้นผมก็ดื้อพอควร ที่ยังไงก็ไม่ยอมโทรหาคุณ จนคุณต้องบอกผมว่า คุณจะกลับบ้านแล้ว อีก 15 นาทีโทรมานะคะ
อืม...ผมคิดหนัก... จะโทรดีมั้ย จะโทรดีมั้ย? เหมือนว่า ผมยืนอยู่ตรงกลางระหว่างความมีตัวตนหรือไม่มีตัวตนของคุณในความรู้สึกของผม ผมไม่แน่ว่าผมพร้อม...ที่จะยอมรับว่า คุณเป็นใครสักคนที่มีตัวตนอยู่ในความเป็นจริง และ คนที่สามารถสั่นคลอนความรู้สึกของผมได้ง่ายๆ
...
...
...
...
...
ผมกดเบอร์โทรศัพท์คุณ สูดหายใจลึกๆ 1 ครั้ง ก่อนที่จะกดโทรออก..
ผมได้ยินเสียงเพลงรอสาย..
ไม่มีคนรับ..
ผมรีบวาง และ คิดในใจ ผมโทรแล้วนะ แต่ไม่มีคนรับ
ใจนึงรู้สึกโล่งๆ
3 วินาทีผ่านไป
โทรศัพท์ผมสั่น คุณโทรกลับมา...
ผมตกใจเล็กน้อย(จริงๆตกใจมาก)
ผมไม่รับครับ แต่โทรกลับ
ครั้งแรกจริงๆ
ผมได้ยินเสียงหวานๆของคุณ ผ่านโทรศัพท์
ผมจำได้ว่า ผมเงียบ... คือไม่พูดอะไรเลยสักคำ
เขินมากครับ รู้สึกหน้าตัวเองร้อนๆ มือเย็นๆ
ผมรู้ครับว่า คุณก็เขินมากเหมือนกันแต่คุณก็พยายามชวนผมคุย..
อืม..แค่นี้ก่อนละกันนะครับ แล้วผมก็ตัดสาย...
ผมไม่ทราบเหมือนกันว่า คุณจะโกรธผมมั้ย ที่อยู่ดีๆก็วางโทรศัพท์ไปเลย แต่ใจนึงก็คิดว่าควรจะส่งข้อความไปขอโทษคุณสักนิดเพื่อจะได้ไม่เสียมารยาท แล้วลงท้ายข้อความว่า เข้าใจใช่มั้ยครับ
สักครู่ คุณส่งข้อความกลับมาว่า ไม่เข้าใจค่ะ
ตอนนั้นผมเครียดมากเลยรู้มั้ย หน้าซีดเลย...
อืม..(ผมคิด) ไม่เข้าใจเหรอครับ ทำยังไงดีละครับ
อืม..โทรไปอีกทีดีมั้ย
อืม..หรือส่งข้อความไปดี
อืม..
กำลังพิมพ์ข้อความ
แล้วก็ได้รับข้อความของคุณ
ผมค่อยใจชื้นขึ้นมานิดนึง แล้วผมก็กลับมาเขินอีกครั้ง เขินจริงๆครับ
รู้สึกหน้าร้อนๆ ไม่หยุด
แต่ในที่สุดคืนนั้น เราก็ได้คุยกันครับ
เหมือนคุณจะทราบว่า ถ้าคุณไม่โทรมา เราคงไม่มีโอกาสได้คุยกัน เพราะ ผมคงไม่โทรหาคุณแน่นอน หลังจากคุณ
อืม...เสียมารยาทจัง ให้ผู้หญิงโทรหา... แม้ว่าผมจะรู้สึกหน้าร้อนๆ มือเริ่มเย็นขึ้นมาอีกครั้ง ผมก็ต้องโทรหาคุณครับ ผมยังคงพูดน้อยเหมือนเดิม คุณก็ยังคงชวนคุยเหมือนเดิม คุยไป เขินไป จนกระทั่ง คุณบอกผมว่าอย่าเงียบสิคะ เพราะคุณก็เขินเหมือนกัน ผมก็เลยต้องเริ่มพูดบ้าง แม้ว่าจะต่างคนต่างเขินแต่ก็ยังคุยกันได้เรื่อยๆครับ ตั้งแต่สี่ทุ่มกว่าๆจนถึงประมาณตีสาม
ปกติผมไม่เคยคุยโทรศัพท์กับใครได้นานขนาดนี้เลย ยิ่งถ้าเคยคุยกันเป็นครั้งแรกด้วย ไม่ต้องพูดถึง ผมจะเงียบมากๆและยิ้มอย่างเดียว ผมไม่ทราบนะครับ ว่าคุณจะคิดเหมือนผมบ้างหรือเปล่า
แต่ที่ผมรู้ คือ วันนั้นเป็นวันที่ผมมีความสุข ผมรู้สึกว่าผมมีความรัก เป็นความรักที่สวยงาม อ่อนโยน ชุ่มชื่นหัวใจ ผมคิดถึงคุณอีกในวันเสาร์และโทรหาคุณอีกครั้งในตอนเย็นคุยกันไปจนถึงดึก
คุยกันตั้งแต่คุณไป บางนา เดินเล่น บางนา จนกลับมาถึงบ้าน แล้วคุยไปเรื่อยๆ ผมทราบว่าคุณจะรับปริญญาในวันรุ่งขึ้น ผมก็อยากไปงานของคุณแต่คุณไม่ชวนผม ไม่เป็นไรครับ
วันอาทิตย์ผมรีบตื่นมาตั้งแต่เช้า เพื่อส่งข้อความไปแสดงความยินดีกับคุณ และคิดถึงคุณตลอดทั้งวัน คุณโทรหาผมในตอนสายๆ(มั๊งครับ) แล้วถามว่า ไม่มาเหรอคะ (แน่ะ..มีแยบ) ล้อเล่นนะคะ
ผมก็ขำๆ ยิ้มๆ
สามวันที่คุยกับคุณ ผมมีความสุขมากครับ เหมือนเรารู้จักกันมานานมาก คุยกันทุกเรื่อง คุณกับผมผลัดกันเล่า ไม่เบื่อเลย เป็นครั้งแรกที่ผมได้รู้จักคนทาง internet อย่างใกล้ชิดขนาดนี้ เย็นวันอาทิตย์เราออน M คุยกันตอนดึกๆ คุณให้ผมดูรูปที่คุณถ่ายไว้ ตอนที่คุณไปทานอาหากับเพื่อนที่ บางนาในตอนเย็น แก้มแดงๆของคุณ ทำให้ผมใจละลายเลยรู้มั้ยครับ ผมนั่งคุยกับคุณจนคุณขอตัวไปนอน ผมทราบว่าคุณเหนื่อยมากในวันนั้น แต่คุณก็ยังอุตสาห์นั่งคุยเป็นเพื่อนผมอีก...
วันต่อมาเป็นวันจันทร์ครับ ต่เป็นวันหยุดราชการเนื่องจากวันมาฆะบูชา จึงได้มีโอกาสพักกันอีกวัน ความคิดถึงที่มีต่อคุณดูเหมือนว่าจะเพิ่มขึ้นมากและดูเหมือนจะไม่ใช่แค่ความคิดถึงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงความรู้สึกต่างที่เกิดขึ้นพร้อมกันด้วย
เพราะคุณเป็นผู้หญิงในแบบที่ผมชอบครับ พูดจาไพเราะ อ่อนหวาน เรียบร้อย(แม้ว่าจะมีแอบเปรี้ยวนิดๆ) ชอบทำอาหาร มีความเป็นตัวของตัวเองสูง แต่ใจดี(มาก) อบอุ่น
คุณชอบฟังเพลง ร้องเพลง ซึ่งคุณจะร้องเพลงให้ผมฟังบ่อยๆ ในช่วงแรกคุณออกจะอายๆ แต่พักหลังคงเริ่มชิน เลยเริ่มร้องบ่อยขึ้น เสียงคุณ
คุณทำให้ผมมีความสุข มีความสุขจนล้น ยิ้มได้ทั้งวันเมื่อนึกถึงคุณ จากที่คุยกันมาหลายวันแล้วว่า จะมาเจอกัน หาเวลาไมได้สักทีครับ เพราะไม่มีใครยอมที่จะตัดสินใจ ลงไป..ว่าวันไหนดี เราคุยกันอย่างจริงจังในคืนวันนั้น สรุป..ได้ว่า เราจะเจอกันที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆกับที่ทำงานของคุณ
ในความรู้สึกของผมตอนนั้น ถามว่าผมอยากเจอคุณมั้ย ผมรู้สึกสองอย่างไปพร้อมๆกัน
ใจนึงผมอยากมาพบมาเจอคุณคนที่ผมกำลังหลงรักจนรู้สึกว่าถอนตัวได้ยาก..
แต่อีกใจนึง ผมกลัวนะครับ กลัวว่าความสัมพันธ์ดีๆที่มีจะเปลี่ยนไป
ผมอยากให้ความรู้สึกที่เรามีต่อกัน ทำให้เรามีความสุขอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ยิ้มไปด้วยกัน หัวเราะไปด้วยกัน ผ่านคืนวันแห่งความเหงาไปด้วยกัน
บางครั้งมันเป็นสิ่งที่ยากมากที่เราจะเอ่ยคำว่ารักให้แก่ใครสักคนในฐานะคนรัก(แฟน)
สำหรับคุณเราคุยกันมาก่อนหน้านี้แล้วว่า สำหรับผม คุณเป็นคนพิเศษ เป็นคนที่ผมสามารถคิดถึงคุณได้ รักคุณได้ โดยที่ผมรู้สึกดี และผมก็ไม่ต้องการอะไรไปมากกว่าการที่คุณจะเห็นคุณค่าในสิ่งที่ผมให้
วันนี้ แค่มีคุณอยู่บนโลกใบนี้ ก็ทำให้ผมรู้สึกดีมากแล้วที่ได้มีโอกาสอยู่บนโลกใบเดียวกับคุณ
พรุ่งนี้..แล้วสินะ ที่เราจะได้พบกัน เราจะยังคงเป็นเหมือนเดิมมั้ยหลังจากที่ได้เจอกัน ความสัมพันธ์ทาง internet ที่ใครๆก็บอกว่าไม่ยั่งยืน จะจริงมั้ย? ผมไม่ทราบครับ
ผมรู้แค่ว่า พรุ่งนี้ ผมจะได้พบกับใครคนนึง ซึ่งเป็นคนในฝันของผม
คนที่ผมเฝ้าแต่รอคอย ว่าเมื่อไหร่ เราจะได้พบกันเสียที
(เชียร์ไรนี่)